วันอังคารที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2565

“Le Palais” จักรวรรดิขแมร์เหนือเกาะพะงัน

 

เกาะพะงัน


“Le Palais” จักรวรรดิขแมร์เหนือเกาะพะงัน

CR: https://steemit.com/thai/@bbkastro/le-palais

เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว เรามีโอกาสได้มีเวลาพัก 2 วัน หลังจากต้องทำงานลากยาวมาตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ วันนั้นตรงกับวันที่ 15 มีนาคม ซึ่งเป็นวันเกิดของเพื่อนสาวชาวกรีกคนหนึ่ง เธอบอกว่าอยากให้ของขวัญกับตัวเองด้วยการไปพักที่โรงแรมใหม่แห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่แถวๆหาดริ้น ซึ่งโรงแรมนั้นมีชื่อว่า “Le Palais” เธอนัดหมายเราก่อนหน้านั้นล่วงหน้าเกือบสองอาทิตย์ เราตอบตกลงไปด้วยความตื่นเต้นและเต็มใจ ด้วยหมายหมั้นปั้นมือว่าวันหนึ่งจะต้องเข้าไปชมภายในโรงแรมนี้ให้ได้
https://www.youtube.com/watch?v=RqKr8E6d0tk
Vedio from Sphere Agency

จำได้ว่าเมื่อ 4 ปีที่แล้วตอนที่เราย้ายมาอยู่ที่เกาะพะงันใหม่ๆ ครั้งแรกที่มีโอกาสได้เห็นโรงแรมนี้จากภายนอกตอนนั่งรถผ่านไปยังหาดริ้น เรารู้สึกสะดุดตากับโรงแรมนี้มาก เพราะมันดูยิ่งใหญ่อลังการเสียจนไม่แน่ใจว่าเป็นอาคารประเภทไหนกันแน่...ระหว่างโรงแรม...โบราณสถาน...หรือพิพิธภัณฑ์

IMG_4861.JPG

ช่วงนั้นโครงการอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง แค่เห็นจากภายนอกก็พอจะจินตนาการได้แล้วว่าจะต้องใช้งบประมาณมากมายมหาศาลขนาดไหน รายละเอียดสถาปัตยกรรม ลวดลายปูนปั้น และปฎิมากรรมตกแต่ง เช่น นางอัปสร ครุฑ นาค ฯลฯ ล้วนถอดแบบมาจากสถาปัตยกรรมขอมโบราณ ตามแบบอย่างนครวัด นครธม และปราสาทบายน ยังไงอย่างงั้น เพียงแต่สเกลอาจจะเล็กกว่าของจริง

IMG_4853.JPG

IMG_4860.JPG

IMG_4862.JPG

ณ วินาทีนั้น ด้วยเลือดของนักเรียนเก่าสถาปัตย์แนวอนุรักษ์นิยมที่ยังคงเข้มข้นอยู่ ทำให้เราเกิดตั้งคำถามขึ้นมาในใจว่า “...ใครกันนะ ที่มาอุตริมาออกแบบและสร้างอาคารใหญ่โตมโหฬาลขนาดนี้ริมชายหาด?ไม่ผิดกฎหมายกันเลยหรืออย่างไร? แล้วแถมรูปแบบสถาปัตยกรรมก็อยู่ผิดที่ผิดทางอีกต่างหาก... ไม่ได้มีอะไรเชื่อมโยงกับรากเหง้าวัฒนธรรมท้องถิ่นของที่นี่เลย... ปราสาทขอมอะไรจะมาอยู่บนเกาะ? มันคนละเรื่องคนละราวกันนะเนี่ย ! “


IMG_5007.JPG

IMG_4902.JPG

IMG_4994.JPG

IMG_4906.JPG

แต่พอหลังจากที่มีโอกาสเข้าไปชมภายใน ความรู้สึกที่ว่านั้นก็ค่อยๆเปลี่ยนไป เห็นถึงความตั้งอกตั้งใจของนักออกแบบและช่างก่อสร้าง เข้าใจว่าทีมงานมีการ Research ข้อมูลมาอย่างดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว เพราะสัดส่วนสถาปัตยกรรม องค์ประกอบของลวดลายปูนปั้น และรูปแบบประติมากรรมต่างๆ ต้องถือว่าเป๊ะ คงไม่ได้นั่งเทียนเขียนแบบเอาแน่นอน !

IMG_4907.JPG

IMG_4858.JPG

ชื่อ “Le Palais” เป็นภาษาฝรั่งเศส หรือ “The Palace” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “พระราชวัง” ก็ตาม Concept เขาล่ะค่ะ เข้าไปนอนแล้วรู้สึกเหมือนนอนอยู่ในวัง...เป็นราชินีขอม... อะไรประมาณนั้นเลยล่ะค่ะ... คาดว่าเจ้าของโรงแรมน่าจะมีหุ้นส่วนเป็นชาวฝรั่งเศสด้วย... ตามข้อมูลทางประวัติศาสตร์ยุคล่าอาณานิคม... อย่างที่เรารู้กันว่าฝรั่งเศสได้เคยเข้ามามีอิทธิพลอยู่เหนือดินแดนกัมพูชาและบางส่วนของประเทศไทยด้วย ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากชาวฝรั่งเศสจะมีความผูกพันกับประวัติศาสตร์ของอาณาจักรขแมร์อยู่ไม่น้อย

IMG_4920.JPG

IMG_2903.JPG

IMG_2909.JPG

IMG_2908.JPG

แล้วอะไรเล่าที่เป็นแรงบันดาลใจให้เจ้าของโครงการหรือสถาปนิกยกเอาปราสาทขอมทั้งหลังมาไว้บนเกาะแห่งนี้ นอกเหนือไปจากเหตุผลเพื่อการดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่ง ณ จุดนี้ เราคิดว่าผู้ออกแบบน่าจะทำการศึกข้อมูลทางประวัติศาสตร์มาพอสมควร ทำให้ได้ข้อมูลที่มีน้ำหนักมากพอมาใช้สนับสนุนแนวความคิดของเขา... โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Khmerkromngo.org ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาณาจักรขอมโบราณและเราสันนิษฐานว่า ข้อมูลตรงนี้ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่เขาหยิบยกมาสนับสนุนแนวความคิดของเขา โดยข้อมูลทางประวัติศาสตร์นั้นกล่าวไว้ว่า...

KhmerEmpire.jpg

“In this map, the Khmer Empire composed of modern day Kingdom of Cambodia, most of southern Vietnam (Kampuchea Krom or Mekong Delta), Laos, and Kingdom of Thailand.

“จักรวรรดิขแมร์ ประกอบไปด้วย กัมพูชาปัจจุบัน, ภาคใต้ส่วนใหญ่ของเวียดนาม (กัมปูเจียกรอม หรือ สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง), ลาว, และไทย

The empire’s frontiers extend to the North China, to the South Malaysia, to the West Myanma (or Burma), and to the East Kingdom of Champa, South Vietnam (Kampuchea Krom or the Mekong Delta) and South China Seas.

จักรวรรดิมีพรมแดนทางทิศเหนือติดกับจีน, ทิศใต้ติดกับมาเลเซีย, ทิศตะวันตกติดกับพม่า, และทิศตะวันออกติดกับอาณาจักรจามปา, ติดกับภาคใต้ของเวียดนาม (กัมปูเจียกรอม หรือ สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง) แลทะเลจีนใต้

Vietnam was not called Vietnam. It was called Dai Viet.
Champa is a buffer between the Khmer Empire and Dai Viet
There was no Laos. There was no Thailand.
The Khmer Empire was the Greek Empire of Southeast Asia.”

เวียดนามยังไม่ได้ถูกเรียกว่าเวียดนาม แต่เรียกว่า ได่เวียด
จามปา คือ อาณาจักรกันชนระหว่างจักรวรรดิขแมร์และได่เวียด
ยังไม่มีประเทศลาว หรือประเทศไทย จักรวรรดิขแมร์ คือ จักรวรรดิกรีกแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “

IMG_4927.JPG

ตามความคิดเห็นของเราแล้ว โรงแรมนี้น่าจะเหมาะสำหรับคนที่ชอบของแปลกและชอบการถ่ายภาพ และบรรยากาศออกจะคล้ายๆกับเมืองโบราณที่สมุทรปราการหรือพัทยาเสียมากกว่าการที่จะเป็นโรงแรม แต่ก็ต้องถือว่าทั้งคนออกแบบและคนสร้างมีความประณีตและใส่ใจในรายละเอียดมากพอสมควร... หากเพื่อนๆสนใจอยากจะเข้าไปชมข้างในก็สามารถเข้าไปชมได้ค่ะ แต่จะต้องจ่ายค่าบัตรเข้าชมคนละ 200 บาท ในกรณีที่ไม่ได้เป็นแขกของโรงแรม แต่ก็ถือว่าคุ้มที่จะเสียตังค์เข้าไปชมล่ะค่ะ...

IMG_5008.JPG

“ราตรีสวัสดิ์และนอนหลับฝันดีกันทุกคนค่ะ”
“Good night and sweet dream”

ขอบคุณสำหรับทุกการติดตาม อัพโหวด และคอมเม้นต์
สิ่งเหล่านี้จะเป็นกำลังใจให้เราสามารถสร้างโพสต์ที่ดีออกมาได้อย่างต่อเนื่อง
Thankful for all followers, upvotes and comments,
you give me energy to create more good posts.
@bbkastro

วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2559

Thai tour and travel แนะนำ..10 ข้อต้องไปชม แสงสีแจ่มว้าว 'เที่ยวเมืองไทย 2559'

เริ่มแล้วจ้า... เริ่มกันแล้ว! สำหรับงานท่องเที่ยวเมืองไทย ที่รวมของดีของเด่น การละเล่น การแสดงของทั้ง 5 ภาค ทั่วประเทศไทย เอามาโชว์ให้ชมในที่เดียว ใจกลางกรุงเทพฯ ณ สวนลุมพินี งานนี้ ใครยังไม่ไป ขอบอกว่าเชยมากกก...
หลังจากได้มีโอกาสไปร่วมวันเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ ยังไงก็ไม่พลาดที่จะเก็บภาพบรรยากาศที่แสนอลังการ เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และความคึกคัก สนุกสนานในงาน มาฝากกัน ส่วนจะเป็นอย่างไร น่าสนใจแค่ไหน ตามมาชมกันเลย
1. งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2559 ปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 36 แล้ว จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-17 มกราคม 2559 ถือเป็นงานมหกรรมท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ยกเมืองไทยมาไว้ในสวนลุมฯ เพื่อส่งเสริมแนวคิดท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร อีกทั้งยังเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนอีกด้วย



คนทยอยเดินเข้างานอย่างคึกคัก

2. สำหรับพิธีเปิดงาน จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "ความเรืองรองของความสุขวิถีไทย เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร" ณ เวทีกลางของงาน ซึ่งเป็นเวทีขนาดใหญ่ที่สุดในงาน มีจอมอนิเตอร์ถึง 3 จอยักษ์ มีการถ่ายทอดสดพิธีเปิดงานผ่านช่องทีวีรายการพิเศษไปทั่วประเทศ พร้อมมีการแสดงโชว์ทางวัฒนธรรมของทั้ง 5 ภาค ทยอยมาให้ชม งานนี้แสง สี เสียง สุดอลังการงานสร้างจริงๆ



การแสดงบนเวทีกลาง เปิดงาน
พิธีเปิดงาน ยิ่งใหญ่อลังการ

วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2558

7วิธี โสดอย่างไรให้สตรอง!

ปลายปีแบบนี้แอบเห็นบรรดาเพื่อนสาวที่ยังไม่มีคู่ตุนาหงัน ตั้งสเตตัสเหงาๆ อิจฉาคนมีคู่ที่เตรียมจับจูงกันไปฉลองปีใหม่สุดหวานน้ำตาลเรียกทวด  แต่พวกเธอต้องนั่งเหี่ยวเปล่าเปลี่ยวอยู่กับเฟสบุ๊ค สาวๆคะ อย่าเพิ่งนอยด์ล่วงหน้า แม้เราจะโสด เราก็จะเป็นสาวโสดแสนสุข ที่สำคัญโสดและสุขแบบสตรองด้วยค่ะ! และถ้าใครยังไม่รู้ว่า จะโสดอย่างไรถึงจะสตรอง จูนมีวิธีมาแนะนำค่ะ
1
เป็นสารถีพาบุพการีไปเที่ยว
ถ้าเกิดความเหงาขึ้นในจิตใจเมื่อไหร่ ลองชวนคุณพ่อคุณแม่ไปเที่ยวนอกบ้าน โดยเราอาสาขับรถพาท่านไป ไม่ว่าจะกินข้าว ดูหนัง พาไปทำบุญ หรือไปเที่ยวก็ได้ ที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกันทั้งครอบครัว ได้ใช้เวลาด้วยกันนานๆ Selfie ด้วยกัน พูดคุยกันภาษาพ่อแม่ลูก การได้เอาใจใส่พ่อแม่บ่อยๆ รับรองเลยว่า ความเหงาจะหายไปมากกว่าครึ่งเลยล่ะค่ะ
2
ปลุกเร้าความสดชื่น เริงรื่นด้วยกิจกรรมสุดมันส์
ถ้าจะกำจัดความเหงา ต้องปลุกเร้าด้วยกิจกรรมมันส์ๆ อันนี้จะทำคนเดียวหรือนัดก๊วนเพื่อนสาวไปทำด้วยกันก็ได้ค่ะ ขอเล่าความมันส์ที่เกิดกับตัวเองสักหน่อยนะคะ จูนเคยไปเที่ยวสวนสัตว์กับเพื่อนสาว ทีนี้เห็นเรือปั่นก็อยากจะนั่งกันค่ะ แต่ครั้นจะนั่งปั่นสวยๆก็น่าเบื่อ เลยสร้างกติกาขึ้นมาใหม่ คือในเขตน้ำที่เราปั่นได้ จะมีตัวเงินตัวทองหรือกลุ่มจูนจะเรียกว่า เฮ้น้อย ในน้ำนี้จะมีเยอะมาก กติกาออกจะพิเรนท์ไปสักหน่อยนะคะ ซึ่งกติกาที่ว่าก็คือ หากใครเจอเฮ้น้อยแล้วปั่นไปถึงเฮ้น้อยกลอยใจก่อนคนนั้นชนะ ทีนี้ระหว่างทาง มีเฮ้น้อยบางตัวว่ายน้ำพุ่งหลาวตรงมาทางเรือพวกเรา พอเห็นปุ๊บตกใจ ปั่นเรือหนีขาเป็นระวิง มันส์สุดติ่งกระดิ่งสั่นเลยค่ะ ตื่นเต้นมาก ความเหงากระเจิงค่ะ อ้อ!แต่กิจกรรมนี้พวกเราไม่ได้ไปทำร้ายเฮ้น้อยนะคะ สบายใจได้ แต่ถ้าผู้หญิงบางคนไม่ชอบความตื่นเต้นเกินขีดจำกัด ชอบความตื่นเต้นแบบกลางๆ ลองชวนก๊วนเพื่อนไปล่องแก่งดูก็ได้ค่ะ แต่ว่าอย่าไปหน้าน้ำหลากนะคะ อันตราย แค่ไปล่องเพลินๆ เก๋ๆก็หายเหงาแล้วค่ะ

วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2558

3 เส้นทางชมดอกไม้บานให้คุณได้ สตรอง!! กลางไร่สีเหลือง

เชื่อว่าหลายคนได้อ่านคอนเทนต์นี้แล้วต้องอึ้งกับภาพสวยตระการตาของเหล่า ดอกไม้สีเหลืองของทั้ง 3 สถานที่ ซึ่งพากันบานสะพรั่งทั่วทุ่งเหมือนกับทุ่งดอกไม้ในต่างประเทศอย่างแน่นอน
เริ่มกันที่แรกที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในโลกออนไลน์ สำหรับ “ทุ่งทานตะวัน เขาใหญ่” และไร่ที่ดังสุดในตอนนี้คงเป็นไร่มณีศร  บนถนนธนรัชต์ ก.ม13 ปากช่อง ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 540 ไร่ มาฝากค่ะ ใครผ่านไปแวะเที่ยวได้สามารถเข้าชมได้ถึงต้นเดือนมกราคมปีหน้านะคะ (ซึ่งตอนนี้กำลังปิดชั่วคราว)
อัพเดทตอนนี้นั้นทางไร่ได้ปิดการเข้าชมไร่แล้วเพราะดอกทานตะวันได้รับความเสียหายหน้าฝน  ขอบคุณภาพสวยๆ จาก: Puvanach Champu Panuwattanakorn
นอกจากทุ่งดอกทานตะวันที่สวยแล้ว “ทุ่งดอกปอเทืองลำพยนต์” แห่งจังหวัดนครสวรรค์ ก็งามไม่แพ้กันเลยนะคะ  ชาวบ้านในแถบนี้ปลูกปอเทืองเพื่อรักษาและบำรุงดินในช่วงจบจากฤดูการเก็บเกี่ยว ขอบคุณที่มาของภาพ: Loveza Be Myselfz


วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ย้อนรอยตื่นทองมหาขุมทรัพย์ 'ถ้ำลิเจีย' กับ 'ความลับ' ของ 'โกโบริน'

“ผมไม่เคยเปิดเผยรายละเอียดต่อหน้าสาธารณชนว่าเหตุใดไปขุดหาสมบัติที่เชื่อกันว่าซุกซ่อนในที่ต่างๆ ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผมรู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรลงไป ไม่หวั่นไหวแม้คนวิจารณ์ว่าผมเป็นคนบ้า และพากันเรียก “โกโบริน”...!
นี่คือส่วนหนึ่งในพ็อกเก็ตบุ๊กที่เขียนโดย ร.ต.ท.เชาวรินธร์ ลัทธศักดิ์ศิริ กับกรณี ขุดหาสมบัติที่ “ถ้ำลิเจีย” จ.กาญจนบุรี อ้างว่ามีทองคำนับพันตัน ธนบัตรจำนวนมหาศาล ถูกซุกซ่อนโดยทหารญี่ปุ่น
เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้ย้อนเหตุ ทวนความทรงจำ ถึงประวัติศาสตร์ข่าวดังที่เคยเกิดขึ้นในอดีต และครั้งนี้คือเหตุ “ตื่นทอง” ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2538 ต่อเนื่องยาวไปถึงปี 2544



ร.ต.ท.เชาวรินธร์เข้าพบนายกฯ ที่ทำเนียบรัฐบาลหลังรู้ข่าวพันธบัตร 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯเป็นของปลอม

ขุมทรัพย์ญี่ปุ่น เจอแล้ว ทองคำมหาศาล!
นี่คือพาดหัวใหญ่ของ นสพ.ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 18 ธันวาคม 2538 โดยมีเนื้อหาระบุว่า ได้เกิดข่าวลืออื้ออึง นักแสวงโชคทั้งชาวไทยและญี่ปุ่นแห่กันเข้าป่าขุดสมบัติพระศุลีเมืองไทย เป็นทองคำแท่งและสมบัติมีค่าจำนวนมหาศาล ที่ทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซุกซ่อนฝังไว้ ตามเขาตามถ้ำ ถึงขนาดมีคนระดับนายพลสั่งปิดปากชาวบ้านไม่ให้พูด
เรื่องมีอยู่ว่า...ป่าทั้งป่าของเมืองกาญจนบุรี กลายเป็นป่า “ลายแทง” ซุกซ่อนสมบัติ นักแสวงโชคชาวไทยและต่างชาติพากันระดมขุดกันอย่างมโหฬารมานับสิบๆ ปี นับตั้งแต่ญี่ปุ่นแพ้สงครามฝ่ายพันธมิตรหมาดๆ ก็เริ่มมีการขุดหากันเรื่อยมา
ทั้งนี้ จากการที่กองทัพญี่ปุ่นภายใต้การนำของ พลตรีชิโมดา และ พลตรีกาชิ นำทหารและเชลยมาสร้างทางรถไฟสายมรณะ แต่เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม ก็จำเป็นต้องถอนกำลังกลับ ก็มีข่าวลือว่าญี่ปุ่นได้นำสมบัติที่ยึดมาได้ซุกซ่อนตามป่าเขาในพื้นที่ อ.ไทรโยค อ.ทองผาภูมิ อ.สังขละบุรี โดยเฉพาะ “ทองคำแท่ง” ที่เชื่อว่าญี่ปุ่นไม่นำกลับไปด้วย





ภาพเกตช์ภายในถ้ำลิเจีย จ.กาญจนบุรี ของทีมงานร.ต.ท.เชาวรินธร์ แสดงให้เห็นถึงทางเข้าที่ยากลำบากและเหวลึกภายในถ้ำก่อนที่จะถึงจุดที่คาดว่าจะมีขุมสมบัติทั้งทองคำและเพชระพลอยมูกลค่ามหาศาล