แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รถตู้ให้เช่า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รถตู้ให้เช่า แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Thai tour and Travel แนะนำ...ที่ละลายทรัพย์ชิลๆ ! 7 งาน 'เดินเที่ยว' ฟินบรรยากาศใกล้สิ้นปี

ใกล้เข้ามาอีกนิด ชิดเข้ามาอีกหน่อย! มาอัพเดตแหล่งน่าเดินเที่ยวรอบกรุงช่วงสุดสัปดาห์นี้กันนะจ๊ะ หนุ่มสาวคงเริ่มสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองช่วงสิ้นปีกันแล้ว นี่บางคนไปถ่ายรูปกับต้นคริสต์มาส และไฟประดับตามห้างมาแล้วด้วยนะ ไวม๊ากกก... ขอบอก
สำหรับสัปดาห์นี้ จะพาไปตามติดกันต่อกับงานเทศกาลส่งท้ายปี รวมถึงงานอีเวนต์ดีๆ ต้อนรับปีใหม่ ส่วนจะมีที่ไหนบ้าง ตามมาเช็กลิสต์ทางนี้เลย
1. ชมแสงสีไฟประดับ @เซ็นทรัลเวิลด์



ถ่ายไฟสวยๆ ด้วยกันมั้ย

วันนี้เป็นต้นไป ชวนออกไปเที่ยวกับก๊วนเพื่อน เพื่อถ่ายรูปตามแหล่งประดับไฟแสงสีต่างๆ ที่เด่นที่สุดของทุกปีน่าจะเป็นที่ ลานหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ณ ศูนย์การค้าเซ็ลทรัลเวิล์ด กรุงเทพมหานคร ที่ลานแห่งนี้มีการจัดไฟประดับต้นคริสต์มาสขนาดยักษ์ รวมถึงทุ่งดอกไม้ประดับไฟสีแดงเป็นพุ่มสวยงามเป็นดงใหญ่พอสมควร นอกจากนี้ที่นี่ยังจะมีการจัดงาน Countdown @Central world ในวันที่ 31 ธ.ค. 2558 อีกด้วย
2. ของที่ระลึกแด่พ่อ ของขวัญปีใหม่



งานนี้ก็น่าเดิน

วันนี้ - 24 ธ.ค. 2558 ชวนมาช็อปของขวัญปีใหม่ในงาน "ของที่ระลึกแด่พ่อ ของขวัญปีใหม่" ณ ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ใกล้ทำเนียบรัฐบาล เปิดตลาดเวลา 10.00-19.00 น. ภายในงานพบกับสินค้าของขวัญของที่ระลึกมากมาย เหมาะกับการมอบเป็นของขวัญวันพ่อและวันปีใหม่ มีทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋า รองเท้า ของดีจากโอท็อป ฯลฯ
กทม. จัดเรือโดยสารบริการฟรี-ไม่มีค่าใช้จ่าย บริการประชาชนที่มาร่วมงาน ณ ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม จากท่าเรือสถานีรถไฟหัวลำโพงไปตามเส้นทางคลองผดุงกรุงเกษมจนถึงท่าเรือราชดำเนินนอก (สะพานมัฆวานรังสรรค์)
3. Munsday market Ep.1



ของลดราคาส่งท้ายปี ขนมาเพียบ

วันนี้ - 6 ธ.ค. 2558 ชวนมาช็อป ชิม ชิล ในงาน "Munsday market Ep.1 ช็อป มัน ใหญ่" ณ เวสต์เกตฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต ภายในงานพบกับ แบรนด์สินค้าชั้นนำจากเหล่าดารา เซเลบริตี้ แบรนด์สินค้าออนไลน์ ทั้ง IG, facebook มากมาย ครบทุกหมวดแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็น บิวตี้ เครื่องสำอาง เครื่องประดับ และอาหารเครื่องดื่ม จัดเต็มแบบจุใจกว่า 400 ร้านค้า พร้อมพบกับมินิคอนเสิร์ตจาก Tattoo Colour สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2102 7999

วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Where to go /แนะนำที่เที่ยว


******************************************************

เกาะไหง เกาะในฝันสวรรค์ของคนรักหาดทรายชายทะเล
สุดยอดพระบรมธาตุ
สุดยอดสีสันของผู้คนและวัฒนธรรมประเพณีชาวอิสาน
กุ้งเดินขบวน
กระบี่เมืองน่ารัก ริมฝั่งอันดามัน
10 ที่เที่ยวทะเลหน้าฝน เสพความสงบที่ใคร ๆ ก็แสวงหา
7 เหตุผล ที่ต้องพาใจไปพัก ณ เกาะกูดกับ Thai Tour and Travel
เที่ยวใกล้ ๆ ทะเลเรืองแสง @ หาดบางแสน
เกาะสิปาดัน สวรรค์กลางทะเลที่อยู่ใกล้ไทยนิดเดียว
ปราสาทผึ้ง
มหัศจรรย์ช่องประตู สู่องค์พระปฐมเจดีย์
น้ำตกผาน้ำหยด
ข้าวฮาง ภูมิปัญญาชาวภูไท สกลนคร 
วัดเจดีย์ยอดทอง 
อุดรธานี – เลย – เชียงคาน – ภูเรือ
"น้ำตกงวงช้าง" จ.บึงกาฬ
ทุ่งนางพญา
วัดจุฬามณี
อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว 
วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร 
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า 
ขึ้น ภูทับเบิก เพชรบูรณ์ ชมวิวทะเลภูเขา
อุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ
ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 
น้ำตกที่ลอซู
"สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง" จ.เชียงใหม่
สวนผึ้ง ราชบุรี
ท้าความเสียว พิชิตยอดเขาช้างเผือก จ.กาญจนบุรี
อยากเที่ยวนอก ไม่ต้องไปไกล! ส่อง 3 แห่ง แหล่งรวมเมืองต่างแดนจำลอง
เสน่ห์วันวาน 'บ้านหละปูน'
ลดกระหน่ำ! มหกรรมการท่องเที่ยว “ไทยเที่ยวไทย“ ครั้งที่ 36
Thai Tour and Travel แนะนำSlow life คืออะไร เทรนด์ชีวิตนี้ทำไมฮิตจัง
Thai Tour and Travel  แนะนำ...5 ที่พักนอนเต็นท์ สุดชิลล์ใกล้กรุง สำหรับเด็ก
Thai tour and travel แนะนำ..10 ข้อต้องไปชม แสงสีแจ่มว้าว 'เที่ยวเมืองไทย 2559'
เกาะตาชัยเปิด 15 ตุลาคม 2558


วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2558

ลดกระหน่ำ! มหกรรมการท่องเที่ยว “ไทยเที่ยวไทย“ ครั้งที่ 36

ได้เวลาเมื่อยน่อง..กันอีกครั้ง กับมหกรรมการท่องเที่ยวครั้งยิ่งใหญ่ ในงาน "ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 36" ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  กับโปรโมชั่นดีๆ ส่งท้ายฤดูฝนต้อนรับฤดูหนาว 
ภายในงานจะพบกับบููธของผู้ประกอบการรายต่างๆ ที่ตบเท้ามาออกบูธกันอย่างคับคั่งกว่า 1,300 บูธ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท แพ็จเกจทัวร์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งสายการบิน รถเช่าต่างๆ ที่ขนโปรเด็ดๆ มากระชากราคาและลดกระหน่ำมากสุดถึง 60% เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว..ที่จะเลือกชม เลือกซื้อ กันอย่างมากมาย  ซึ่งงาน  ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 36 นี้จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 3-6 กันยายน 2558 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์     
ทั้งนี้ Thai Tour And Travel ได้ทำล๊อกเป้าหมายสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังบางส่วน และรวบรวมโบชัวร์ โปรโมชั่นเด็ด โดนๆ ทั้งที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว แพ็จเกจทัวร์ และตั๋วเครื่องบินราคาถูก มาไว้ที่นี่ แล้วค่ะ

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ฮือฮา! พบยอดไม้ตะเคียนเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ

ชาวบ้านหาดส้มแป้น อ.เมืองระนอง จ.ระนอง ฮือฮาหลังพบยอดไม้ตะเคียนเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ บนยอดเขาป่าช้าเก่าของหมู่บ้าน
วันที่ 1 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเรื่องฮือฮาเกิดขึ้น หลังพบยอดไม้ตะเคียนโผล่ยอดสูง เหนือยอดไม้อื่นๆ มองเห็นเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ บนยอดเขาป่าช้าเก่าของหมู่บ้าน เส้นทางถนนลงไปอ่างเก็บน้ำหาดส้มแป้น ม.3 ต.หาดส้มแป้น อ.เมืองระนอง จ.ระนอง
โดยนางอุดม ละอองวงศ์ไพศาล วัย 70 ปี ชาวบ้านหาดส้มแป้น กล่าวว่า เห็นเหมือนพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก เชื่อว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ให้เรามองเห็นได้ เพราะภูเขาลูกนี้มีอะไรหลายๆ อย่าง ที่บรรจุอยู่ในภูเขา
ซึ่งเมื่อก่อนเป็นป่าช้าเก่าของหมู่บ้าน หากมองเข้าไปด้านขวามือ จะเห็นเส้นคล้ายจีวรพาดห่มพระพุทธรูปองค์นี้ และด้านหน้าจะเห็นเหมือนพานพุ่ม 2 พานตั้งอยู่ เชื่อว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยบันดาลใจให้ ผู้คนมาเห็น ก่อนเข้าพรรษา และจะเป็นสิ่งที่เป็นมงคล ให้กับหมู่บ้านเราที่ตำบลหาดส้มแป้น ให้ชาวบ้านมีความสุข และเป็นมงคลกับหมู่บ้าน
อย่างไรก็ตามบ้านหาดส้มแป้น เป็นหมู่บ้านที่อยู่กลางหุบเขา ชาวบ้านในอดีตอพยพย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานทำเหมืองแร่ดีบุก ชาวจีนในพื้นที่ ในอดีตจะเรียกบ้านหาดส้มแป้นว่า ฮวยซัมเปียน หมายถึงลึกเข้าไปในหุบเขา มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่หลายแหล่ง เช่น ระนองแคนย่อน , วัดหาดส้มแป้น และอ่างเก็บน้ำหาดส้มแป้น หลายคนเชื่อว่า ยอดตะเคียนที่โผล่สูงขึ้นมาเป็นองค์พระพุทธรูป จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกจุดหนึ่ง ที่มีนักท่องเที่ยวทั่วไปเข้ามาเที่ยวชมและสักการะองค์พระพุทธรูปยอดตะเคียนแห่งนี้

วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

"น้ำตกงวงช้าง" จ.บึงกาฬ


อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำพระภูวัว อ.เซกา น้ำตกแห่งใหม่มีความสูง 20 เมตร
ช่วงปลายฝนต้นหนาว จะมีลิ้นมังกรสีส้มขึ้นอยู่เต็มพื้นที่ เติมเต็มความงดงาม ให้กับฤดูฝนอันชุ่มฉ่ำเขียวขจี










"สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง" จ.เชียงใหม่


เป็นศูนย์วิจัยพืชเขตหนาวของโครงการหลวง มีกิจกรรมท่องเที่ยวเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ปั่นจักรยาน ขี่ฬ่อชมธรรมชาติ ดูนก และมีบ้านพักและลานกางเต็นท์ให้บริการนักท่องเที่ยว

วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

โปรโมชั่น Season Sale @Pattaya แพ็คเกจท่องเที่ยวลดสูงสุด 80% (กค.-สค.58)

ฉันจะไป… ฉันจะไป… พัทยา ทำไมถึงอยากไปพัทยาในช่วงเวลานี้นะเหรอ?? ตอบให้สาวกนักเที่ยวชาวWelovepro ได้ชื่นใจก็แล้วกัน ว่าเตรียมตัวไปเที่ยวนะซิ แต่ทำไมต้องไปที่พัทยาด้วยล่ะ ก็แหม!! ที่จะไปถึงที่นั่นก็เพราะ งาน Season Sale @Pattaya เค้าจัดขึ้นกันที่นั่นไงละจ๊ะ  งานนี้บอกไว้เลยนะว่าเตรียมตัวไปเที่ยวกันให้พร้อมได้เลย เพราะในงาน Season Sale @Pattaya นี่จัดขึ้นที่ ชั้น G ศูนย์การค้ารอยัล การ์เด้น พลาซ่า พัทยา ตั้งอยู่บนถนนเลียบชาดหาด อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี นั่นเองจ้า (สำหรับคนที่ไปไม่ถูกก็คงจะไปกันถูกแล้วนะ)  เค้ามีโปรโมชั่นพิเศษเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สำหรับใครที่กำลังมองหาแพคเก็จเที่ยว โรงแรม ห้องพัก สถานที่ท่องเที่ยวราคาถูกๆๆ  งานนี้จัดเต็มกันเลยค่ะ ที่งาน Season Sale @Pattaya  
โปรโมชั่น Season Sale @Pattaya   Package Sale up to 70 -80%  
งานเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม-2 สิงหาคม 2558 นี้  

ดูรายละเอียดที่นี่

น้ำตกผาน้ำหยด


เป็นน้ำตกที่ผู้คน และนักท่องเที่ยวไม่รู้จักมากนักแต่เป็นน้ำตกที่สวยงามในเขาอ่างแก้ว เขตอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เดินทางเข้าที่ สามแยกโป่งแย้ ถนนสายยางชุม-หนองพลับ การเดินทางไม่สะดวกนัก         เนื่องจากยังไม่มีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่น้ำตกมีเสน่ห์ที่น่าสัมผัส "ผาน้ำหยด"เป็นลักษณะของน้ำตกที่สูงชัน มีน้ำมากในฤดูฝน

น้ำตกมีลักษณะคล้ายร่ม ดูแปลกตา เนื่องจากมีการก่อตัวสะสมของ หินปูนที่มากับน้ำ เกาะตัวบนหญ้าไผ่ บนหน้าผาถูกน้ำตกไหลทับลงมาจนเกิดเป็นลักษณะคล้ายฉัตร โดยเบื้องล่างของน้ำตกนั้น จะมีสระน้ำใสสีมรกตให้นักท่องเที่ยวได้ว่ายเล่นสำหรับผู้ี่เดินทางไป น้ำตกแห่งนี้ ต้องเตรียมนำอาหารและน้ำไปเองเพราะไม่มีร้านค้า-ห้องน้ำไว้บริการ

แล้อุปั๊ดตะก่า เข้าพรรษา ค้นหาธรรม ตากมีมากกว่าที่คิด

“เข้าพรรษา” แปลว่า “พักฝน” หมายถึง การที่พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งในช่วงระหว่างฤดูฝนตลอด 3 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำเดือน 8 ซึ่งในปีนี้ได้ตรงกับวันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม 2557...

“แล้อุปั๊ดตะก่า” เป็นประเพณีแห่รับข้าวพระพุทธของคนเชื้อสายไทยใหญ่ในแม่สอด คำว่า “แล้อุปั๊ดตะก่า” เป็นภาษาไทยใหญ่ หมายถึง คณะอุบาสกแห่รับข้าวพระพุทธจากผู้มีจิตศรัทธาถวายพระพุทธเจ้า ซึ่งจะจัดขึ้นในหนึ่งวันก่อนวันเข้าพรรษาของทุกปี
ประเพณีนี้เป็นประเพณีของคนท้องถิ่นคนไทยใหญ่ (คนไต) กล่าวคือ คนไทยใหญ่นับถือพระพุทธศาสนาอย่างเดียวและยึดเหนี่ยวจิตใจ ในทุกบ้านทุกหลังคาเรือนจะมีหิ้งพระพุทธรูปไว้ในบ้าน บูชาด้วยดอกไม้สด ธูป เทียน เป็นเครื่องสักการะ และในทุกๆ เช้าจะถวายข้าวพระพุทธ
ก่อนอื่นเป็นประจำ โดยถือเป็นกิจวัตรและจะสอนให้ลูกหลานได้ถือประพฤติปฏิบัติตามและสืบทอดจนมาถึงทุกวันนี้และในปีนี้พิธี “แล้อุปั๊ดตะก่า” จะจัดขึ้น
ณ วัดแม่ซอดน่าด่าน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป และจะจัดพิธีนี้ในทุกวันโกน (วันก่อนวันพระ 1 วัน)
ตลอด 3 เดือน


พิธีกรรมนี้เป็นพิธีกรรมที่สืบทอดกันมาแต่ช้านาน ถือเป็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ โดยผู้เข้าร่วมในขบวนจะต้องเป็นชายที่นุ่งขาวเท่านั้น ห้ามมิให้หญิงเข้าร่วมแต่ก็สามารถเดินร่วมชมตามหลังขบวนได้ การแห่จะเป็นไปอย่างเรียบง่าย มีสีสันจากขบวนตุงที่หลากหลายสี เป็นทิวแถวสวยงาม มีศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์อันเก่าแก่ของคนไทยใหญ่ คือการ “รำโต” หรือชาวบ้านเรียกว่า “รำกินกะร่า” หรือเรียกว่าการรำสิงโตนั่นเอง ลักษณะจะคล้ายกับการเชิดสิงโตของชาวจีนใช้แสดงเฉพาะในเทศกาลที่ยิ่งใหญ่เท่านั้นทั้งนี้เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชาวเมือง โดยบรรพบุรุษของชาวไทยใหญ่ถือว่า “โต” เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งในป่าหิมพานต์ที่มีรูปร่างคล้ายกับจามรี แต่จะมีขนที่ยาวกว่าและมีเขาคล้ายกวาง ถือเป็นสัตว์นำโชคและจะนำมาซึ่งความรุ่งเรือง โดยจะรำคู่กับการรำกินรีที่จะมีให้เห็นได้เฉพาะตามถิ่นแถวนี้เท่านั้น

นางสาวธมลวรรณ เรืองขจร ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานตาก ได้กล่าวเพิ่มเติมว่าด้วยศรัทธาและความเชื่อก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมและประเพณีที่สืบสานจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้ประเพณีถวายข้าวพระพุทธ “แล้อุปั๊ดตะก่า” กลายเป็นเอกลักษณ์อันงดงามของชาวไทยใหญ่แห่งเมืองแม่สอดที่เดียวในประเทศไทย นอกจากนี้ เมื่อท่านมาเยือนวัดแม่ซอดน่าด่าน ท่านยังได้พบกับสถาปัตยกรรมของชาวไทยใหญ่ ที่หาดูได้ยากในปัจจุบันอีกด้วย และนอกจากจะได้รับความสุขจากการค้นหาธรรมในช่วงเข้าพรรษา เมืองตากยังมีธรรมชาติที่งดงาม ตลอดจนวิถีชีวิตของท้องถิ่นที่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมดั้งเดิม รวมถึงอาหารพื้นเมืองที่น่าลิ้มลองตามวิถีไทยแท้ที่อยากให้ทุกท่านมาสัมผัสด้วยตนเอง....

สำหรับการเดินทาง  จากกรุงเทพ ฯ ตามถนนทางหลวงหมายเลข  1  เข้าสู่จังหวัดตากจากนั้นแยกซ้ายใช้ถนนทางหลวงหมายเลข  12  มุ่งหน้าสู่อำเภอแม่สอด ผ่านวงเวียนแม่สอดเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนประสาทวิถี ตรงไปจนถึงโรงเรียนสรรพวิทยาคม วัดแม่ซอดน่าด่านอยู่เลยโรงเรียนไปประมาณ 100 เมตรอยู่ด้านซ้ายมือ


ติดต่อสอบถามข้อมูลและเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงได้ที่
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก
  เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 –16.30 น. โทร.0-5551-4341-3 tattak@tat.or.th 

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ภาคเหนือ/Northern Part of Thailand



วัดเจดีย์ยอดทอง 
ทุ่งนางพญา
วัดจุฬามณี
อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว 
วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร 
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า 
ขึ้น ภูทับเบิก เพชรบูรณ์ ชมวิวทะเลภูเขา
อุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ
ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 
น้ำตกที่ลอซู
"สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง" จ.เชียงใหม่
แล้อุปั๊ดตะก่า เข้าพรรษา ค้นหาธรรม ตากมีมากกว่าที่คิด

วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เกาะไหง เกาะในฝันสวรรค์ของคนรักหาดทรายชายทะเล



เกาะกลางทะเลอันดามันที่มีเวิ้งน้ำสีเขียวมรกตกับหาดทรายสีขาวยาวเหยียดสุดสายตาตัดกับทิวมะพร้าวเรียงราย คือ เกาะไหง เกาะในฝันของคนที่รักหาดทรายชายทะเล ด้านหน้าของตัวเกาะหันหน้าออกสู่ทะเลด้านทิศตะวันออก จึงเหมาะกับการดูพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า ตอนสายเมื่อแสงแดดแผดจ้า เวิ้งน้ำเบื้องหน้าจะเป็นเขียวมรกตงดงาม แปลกแต่จริง เกาะแห่งนี้อยู่ในเขตจังหวัดกระบี่ แต่การเดินทางใกล้ที่สุดกลับต้องมาจากหาดปากเมงของจังหวัดตรัง

ฤดูกาลท่องเที่ยว : ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด
เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาราว 10.00 น. ถึง 15.00 น.

สุดยอดพระบรมธาตุ


นอกจากจะมีโบราณสถานกลุ่มปราสาทหิน อารยธรรมขอมปรากฏอยู่ทั่วไปแล้ว อีสานก็ยังมีอารยธรรมไทยลาวที่แผ่ขยายออกไปจนเต็มที่เช่นเดียวกัน วัดและส่วนประกอบสำคัญของวัด คือเจดีย์ ที่ถูกเรียกเป็นภาษาอีสานว่า ธาตุ มีมากมายหลายแห่งในอีสาน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเจริญรุ่งเรืองเก่าแก่มาแต่โบราณกาล พระธาตุสำคัญของอีสานที่รู้จักกันดี ได้แก่ พระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร พระธาตุพนม พระธาตุเรณูนคร จังหวัดนครพนม พระธาตุบังพวน จังหวัดหนองคาย พระธาตุศรีสองรัก จังหวัดเลย พระธาตุยาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นต้น

สุดยอดสีสันของผู้คนและวัฒนธรรมประเพณี

อีสานมีกลุ่มชนต่างๆ หลากหลายกลุ่ม เช่น ชาวผู้ไทหรือไทยดำ ชาวเขมร ชาวกวย ชาวมอญเขมรโบราณ ชาวข่าหรือขมุ ชาวไทยย้อ ชาวไทยกระโส้ และชาวไทยโคราช เป็นต้น ชนกลุ่มเหล่านี้ล้วนเป็นสีสันและเป็นเจ้าของวัฒนธรรมประเพณีในแง่มุมต่างๆ หลากหลาย ทั้งงานศิลปหัตถกรรม อาหาร ภาษา บทเพลง และอีกมากมายหลากหลาย ในแต่ละชาวเผ่าต่างก็มีรูปแบบที่เป็นตัวของตัวเองโดยเฉพาะ และใช้รูปแบบกลางๆ ที่เป็นของภูมิภาคอีสานร่วมกัน เช่น ในแทบทุกชนเผ่าต่างก็มีประเพณีบายศรีสู่ขวัญ แต่จะแตกต่างกันในรายละเอียดของพิธีกรรม วัฒนธรรมประเพณี วิถีชีวิต ที่เป็นตัวของตัวเองนี่เอง ที่เป็นสีสันทำให้อีสานเจิดจ้าและโดดเด่นด้านศิลปวัฒนธรรมมาช้านาน

ข้าวฮาง ภูมิปัญญาชาวภูไท สกลนคร

ทันสมัย ทันยุคที่ผู้คนรักษาสุขภาพ คือข้าวฮาง ภูมิปัญญาชาวภูไท สกลนคร และชาวอีสานมานานนับเป็นร้อยปี โดยการนำเอาข้าวเปลือกมาแช่น้ำไว้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการงอกของข้าว จะทำให้ผลิตสารชนิดหนึ่งขึ้นมา คือ สาร GABA (กาบาร์) ที่มีส่วนในเรื่องความจำ และเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แล้วจึงนำมานึ่ง เพื่อจัดเก็บสารอาหารให้คงไว้ จากนั้นก็นำข้าวเปลือกไปตากให้แห้ง แล้วนำไปสีโดยเครื่องสีข้าวกะเทาะเปลือก ส่วนข้าวฮางงอก คือข้าวเปลือกที่เพาะให้งอก มีสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ ไฟเบอร์และกลิ่นหอม จากเปลือกมาเคลือบที่เมล็ดข้าวเพิ่มขึ้น จึงทำให้ข้าวฮางงอกมีสารอาหารมากกว่าข้าวกล้องงอก มีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าธัญพืชทั้งหลาย

พระพุทธรูปทองคำ องค์ใหญ่ที่สุดในโลก


หลวงพ่อทองคำ วัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร กรุงเทพมหานคร

สักการะพระพุทธรูปโบราณ สมัยสุโขทัย ความงดงาม แห่งพุทธศิลป์ ตราตรึงใจกับความงดงามแห่งองค์พระ ทองคำบริสุทธิ์

หลวงพ่อทองคำหรือพระพุทธรูปทองคำสุโขทัยไตรมิตร หรืออีกชื่อหนึ่งคือ พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร ที่ ประดิษฐานอยู่ในพระวิหารแห่งวัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร เป็นพระ พุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 6 ศอก 5 นิ้ง สูง จากฐานถึงพระเกตุเมาฬี 7 ศอก 1 คืบ 9 นิ้ว มี น้ำหนักประมาณ 5 ตันครึ่ง องค์พระสร้างขึ้นโดยช่าง ชั้นเอกตั้งแต่สมัยสุโขทัยด้วยทองคำบริสุทธิ์ทั้งองค์ ถูกยกย่องจากหนังสือกินเนสบุ๊กว่าเป็นพระพุทธรูป ทองคำขนาดใหญ่ที่สุดในโลกตั้งแต่ พ.ศ. 2534
กล่าวได้ว่าหลวงพ่อทองคำคือคำยืนยันถึงความรุ่งเรืองแห่งศิลปะและความรุ่งโรจน์แห่งอารยธรรม ไทยตั้งแต่ครั้งโบราณกาลได้เป็นอย่างดี

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเดินทาง:
ตลอดทั้งปี โดยวัดเปิดทุกวัน เวลา 05.00 น. – 20.00 น. และโบสถ์เปิดเวลา 08.00 น. – 17.00 น.

การเดินทาง:
สามารถเดินทางโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) ไปยังสถานีหัวลำโพงและต่อรถประจำทางสาย 5, 73 หรือ 507 ผ่านวัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร โทร. 0 2623 3329, 0 2623 1227

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ:
ททท.สำนักงานกรุงเทพมหานคร โทร. 0 2250 5500 ต่อ 29991-5

พิกัด GPS N13.737918 , E100.513701

ท้าความเสียว พิชิตยอดเขาช้างเผือก จ.กาญจนบุรี

3 ทิวทัศน์สุดอัศจรรย์ รางวัลแด่ผู้พิชิตปลายสันหิน ที่กว้างเพียง 1 เมตร

ทิวเขาตะนาวศรี มีเครื่องการันตีความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ด้วยตราประทับแห่งอุทยานแห่งชาติทั้งหมด 6 ที่ หนึ่งในนั้นคืออุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ผืนป่าอันเปรียบเป็นแดนสวรรค์แห่งพงไพร ความท้าทายอันเป็นที่สุดของทองผาภูมิ คือการบุกพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดที่มีชื่อว่า “เขาช้างเผือก” เส้นทางลาดชันที่ต้องปีนป่ายเขาหลายลูกเพื่อให้ผู้กล้าหาญมาเผชิญหน้ากับ “สันคมมีด” สันหินแคบราว 1 เมตร ที่สองข้างทางเป็นเหวลาด แต่เมื่อผ่านบททดสอบแห่งผู้กล้าแล้ว รางวัลแห่งปลายผา คือวิวเบื้องล่างอันแสนงดงาม ทั้งเขื่อนวชิราลงกรณ์และทัศนียภาพฟากฝั่งประเทศพม่า ที่ผนวกรวมกับวิวแห่งท้องทะเลอันดามันที่จะติดตรึงใจไปอีกนานแสนนาน

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเดินทาง : เดือนกรกฎาคม – มกราคม

การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ เดินทางไปตามถนนบรมราชชนนี จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านนครชัยศรี นครปฐม ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 323 ผ่านบ้านโป่ง ท่ามะกา ท่าม่วง ถึง กาญจนบุรี ตรงไปถึงกิโลเมตรที่ 126 เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอทองผาภูมิ ทางหลวงหมายเลข 3272 เป็นเส้นทางคดเคี้ยวประมาณ 300 โค้ง ผ่านอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิและบ้านปิล็อกแล้ว ไปขึ้นเขาช้างเผือกที่บริเวณบ้านอีต่อง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ:
ททท.สำนักงานกาญจนบุรี
โทร. 0 3451 1200 , 0 3451 2500
พิกัด GPS N14.69918, E98.407288

กุ้งเดินขบวน

ในช่วงกลางเดือนสิงหาคมเรื่อยไปจนกระทั่งเดือนกันยายนของทุกปี ที่ลานพันรู น้ำตกแก่งลำดวน อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี (ตั้งอยู่ในพื้นที่ของสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า อุบลราชธานี) จะมีขบวนพาเหรดกุ้งเกิดขึ้น การที่กุ้งเหล่านี้มาเดินบนพลาญหินลานพันรู เพราะต้องการที่จะเดินไปวางไข่ ผสมพันธุ์ ยังแหล่งต้นน้ำที่เป็นบ้านเกิดบนยอดเขาพนมดงรัก

การเดินฝ่าสายน้ำอันเชี่ยวกรากมุ่งสู่ต้นน้ำของลำโดมใหญ่นั้น จำเป็นต้องหลบความรุนแรงของกระแสน้ำ โดยการขึ้นมาเดินบนโขดหิน จนกลายเป็นเหตุการณ์น่าทึ่ง พวกมันจะขึ้นมาเดินบนพลาญหินในเวลากลางคืนประมาณเวลา 19.00 – 05.00 น. ของอีกวันหนึ่ง แต่คืนไหนจะเดินได้มากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางธรรมชาติตามฤดูกาล กุ้งชนิดที่มาเดินขบวนที่น้ำตกแห่งนี้ คือ กุ้งฝอย กุ้งน้ำจืดขนาดเล็กที่นิยมเอามาทำกุ้งเต้นรสแซบนั่นแล


กระบี่เมืองน่ารัก ริมฝั่งอันดามัน

กระบี่ เมืองเล็กๆน่ารักที่มีความเป็นมาเนินนานตั้งแต่ครั้งชุมชนก่อนประวัติศาสตร์ โดยตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำกระบี่ แม่น้ำสายที่สั้นที่สุดในประเทศไทย แต่กลับให้ชีวิตกับผู้คนมากมายหลายสมัย จวบจนปัจจุบัน ทั้งพุทธ คริสต์ อิสลาม ซึ่งต่างยึดถือการมีชีวิตเรียบง่าย บ้างก็อยู่ริมฝั่งทะเลส่วนใหญ่มีชีวิตกับอาชีพประมงและการท่องเที่ยวที่โตวันโตคืน ในขณะที่ผู้คนซึ่งอยู่ลึกเข้ามาในแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์มีอาชีพเกษตรที่ สำคัญคือสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน เป็นพืชเศรษฐกิจหลักภาพของที่นี่ผู้คนอาจมีความเชื่อหลากหลายของศาสนาแต่ ทว่ากับอยู่กันได้ดีมีวัฒนธรรมผสมกลมกลืนได้อย่างลงตัว กระบี่เมืองนี้จึงเป็นเมืองน่ารักริมฝั่งทะเลอันดามันที่ผู้คนอยากมาเยือน ทุกเมื่อ

ฤดูกาลท่องเที่ยว: สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ฤดูร้อนช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด
เวลาที่ดีที่สุด: ช่วงเวลาเช้าและช่วงเวลาเย็น

การเดินทาง: จากกรุงเทพฯระยะทางราว 814 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถราว 10 ชั่วโมง โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 4, 41 และ 44

ปราสาทผึ้ง


สร้างเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว เป็นการรวมพลังสามัคคีทำบุญทำกุศลร่วมกัน
การทำปราสาทผึ้งโบราณทำโดยเอากาบของต้นกล้วยมาทำเป็นโครง จากนั้นก็ทำดอกผึ้งที่ชาวบ้านจะนำขี้ผึ้งใส่ถ้วยหรือขัน ลงลอยในน้ำร้อนตั้งไฟอ่อนๆ ให้ขี้ผึ้งละลาย แล้วใช้ผลมะละกอดิบมาปอกเปลือกตรงส่วนก้น ให้มีความเว้าคล้ายกลีบดอกไม้ จุ่มลงในขี้ผึ้งร้อน แล้วจุ่มใน้ำเย็น ดอกผึ้งก็จะหลุดล่อนออกมา แล้วเอาดอกผึ้งไปตกแต่งปราสาท
ปัจจุบันโครงสร้างปราสาทผึ้งทำด้วยไม้ แล้วหล่อขี้ผึ้งเป็นลวดลายต่างๆ ปะติดลงยังโครงปราสาท

ในวันออกพรรษาหลังจากตักบาตรแล้ว ก็จะเริ่มขบวนแห่ปราสาทผึ้งที่สวยงาม และมีการแสดงมากมาย เช่น รำหางนกยูง มวยไทยโบราณ การแสดงเอกลักษณ์ต่างๆ ของชนเผ่าย้อ เผ่าลาว เผ่าภูไทเผ่าโย้ย เผ่ากระเลิง เผ่าโล้ ซึ่งหาดูไม่ได้ง่ายๆ แล้วในปัจจุบัน

ข้อมูลทั้งหมด
ความสำคัญ

งานแห่ปราสาทผึ้งในเทศกาลออกพรรษาของชาวอีสาน แม้ว่าจะมีอยู่ทั่วไปในหลายจังหวัด แต่ก็ไม่จัดใหญ่โตและปฏิบัติต่อเนื่องเช่นของเมืองสกลนคร การพัฒนารูปแบบปราสาททรงโบราณเป็นทรงตะลุ่ม ทรงหอผึ้งแบบโบราณยังไม่พัฒนาเป็นรูปทรงปราสาทผึ้งดังกล่าวย่อมเกิดแง่คิดในหลายประเด็น โดยเฉพาะในด้านรูปแบบและเนื้อหา ว่ามีการอนุรักษ์ประยุกต์ดัดแปลงหรือสร้างใหม่อย่างไร ประเด็นดังกล่าวไม่ควรข้ามไป เพื่อความเข้าใจจึงขอนำเรื่องราวของปราสาทผึ้งมารื้อฟื้นให้ทบทวนกันโดยสรุปย่อ ดังนี้
๑ ยุคต้นผึ้ง - หอผึ้ง
ชาวอีสานในบางท้องถิ่นที่เชื่อกันว่า การทำต้นผึ้ง ดอกผึ้ง ทำเพื่อเป็นพุทธบูชาให้กุศลแก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว ดังนั้นเมื่อมีญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงในหมู่บ้านถึงแก่วายชนม์ลงจึงพากันไปช่วยงานศพ (งานเฮือนดี) เท่าที่จะช่วยงานได้ ดังมีคำกล่าวว่า
"ผู้หญิงห่อข้าวต้ม ตัดตอก บีบข้าวปุ้น ผู้ชายหักหอผึ้ง" คำว่า หักหอผึ้ง ก็คือ การหักตอกทำต้นผึ้งนั่นเอง กล่าวกันว่าในการไปช่วยงานศพ หรืองานบุญแจกข้าวนั้นผู้ชายจะต้องนำพร้าติดตัวมาด้วย ทั้งนี้เพราะใช้ทำงานทุกอย่างนับแต่ ถากไม้ตัดฟืนและจักตอกทำต้นผึ้ง หอผึ้ง
ต้นผึ้ง ทำจากต้นกล้วยขนาดเล็ก ตัดให้ยาวพอสมควร แต่งลำต้น ก้านทำขาหยั่งสามขาให้ยึดต้นกล้วยเข้าไว้เพื่อตั้งได้ จากนั้นจะนำขี้ผึ้งมาเคี่ยวให้หลอมเหลวเพื่อใส่ลงในแม่พิมพ์ แม่พิมพ์ทำจากผลไม้ เช่น ผลสิมลี (สิมพี ส้มพอดี โพธิสะเล) นอกจากนี้ยังอาจให้ผลมะละกอขนาดเล็กคว้านภายในแต่งให้เป็นดอกเป็นแฉกตามต้องการ จากนั้นก็นำมาพิมพ์จุ่มขี้ผึ้งแล้วยกขึ้น นำไปแช่น้ำ ขี้ผึ้งจะหลุดออกจากพิมพ์เป็นดอกดวงตามแบบแม่พิมพ์
ก่อนนำดอกผึ้งไปติดที่ก้านกล้วย ต้นกล้วย ช่างทำต้นผึ้งจะหั่นหัวขมิ้นให้เป็นแว่นกลมใช้ไม้กลัดเสียบแว่นขมิ้นรองดอกผึ้ง เพื่อมิให้ดอกผึ้งอ่อนตัวจนเสียรูปทรง
การทำต้นผึ้ง จะทำให้เสร็จก่อนวันเก็บอัฐิธาตุผู้ตาย ในวันเก็บอัฐิ ญาติพี่น้องจะนำต้นผึ้งไปด้วย หลังจากใช้ก้านกล้วยคีบอัฐิมาทำเป็นรูปคนกลับธาตุ ก็จะนำต้นผึ้งมาวางที่กองอัฐิ พระสงฆ์ชักบังสุกุลกลบธาตุ ก่อนที่จะนำอัฐิไปบรรจุในสานที่อันเหมาะสมต่อไป ต้นผึ้งจึงให้เพื่อพิธีกรรมดังกล่าว
หอผึ้งมีความเกี่ยวพันกับต้นผึ้งอย่างใกล้ชิด และเป็นต้นกำเนิดของการแห่ปราสาทผึ้งในปัจจุบัน
หอผึ้งมีลักษณะเป็นทรงตะลุ่ม ทำโครงด้วยไม้ไผ่ จักตอกผูกเสริมด้วยกาบกล้วย ก้านกล้วย โครงหอผึ้งจะทำเป็นรูปสี่เหลี่ยม ๒ ชั้นต่อกัน คล้ายเอวขันหรือเอวพานภายในโครงไม้จะโปร่ง เพื่อให้บรรจุเครื่องอัฐบริขารได้ทั้ง ๒ ชั้น เป็นที่สังเกตว่าหอผึ้งจะมี ๒ รูปแบบ ต่างกันเล็กน้อย คือ บางแห่งทำหอ ๒ ชั้น มีขนาดไล่เรี่ยกันแต่บางแห่งทำชั้นล่างใหญ่ กว้าง ชั้นบนเหนือเอวขันทำทรงขนาดเล็กให้รับกับฐานล่าง ให้ดูพองาม
การประดับหอผึ้ง ยังนิยมประดับดอกผึ้งตามโครงกาบกล้วย ก้านกล้วยแม้จะมีการแทงหยวกเป็นลวดลายบ้างแล้ว ก็ยังไม่เน้นความงดงามของลายหยวกกล้วยเป็นสำคัญ หอผึ้งดังกล่าวจะทำให้เป็นคานหาม เพื่อใช้แห่ไปถวายวัด ส่วนประกอบสำคัญยังเป็นโครงซึ่งทำด้วยตอกไม้ไผ่อยู่ จึงยังเรียกการทำหอผึ้ง แต่เดิมก็ยังคงทำควบคู่ไปกับการทำต้นผึ้ง กล่าวคือ ประเพณีชาวอีสาน ถือว่า เมื่อถึงวันทำบุญ ถวายทานแก่ผู้ตายในงานแจกข้าว เมื่อถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์แล้ว ก็ถวายหอผึ้งเพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ผู้วายชนม์ ดังมีคำถวายถึงปราสาทผึ้งตอนหนึ่งว่า
"…อิมานะ มะยังภัณเต มธุบุปผะ ปะสาทัง"
แม้ว่าการถวายหอผึ้ง จะกระทำอยู่ในงานแจกข้าว แต่ชาวอีสานในหมู่บ้านต่าง ๆ ก็ยังถือว่า ควรจัดงานอุทิศส่วนกุศลให้ผู้วายชนม์ ในช่วงวันออกพรรษาดังนั้นจึงนิยมหากิ่งไม้ หนามไผ่ มาสุมบริเวณที่เผาศพ มิให้สัตว์มาขุดคุ้ย พร้อมปักไม้กั้นรั้วคอกไว้ เมื่อออกพรรษา วันมหาปวารณาจึงทำบุญแจกข้าว โดยเลือกเอาวันขึ้น ๑๕ ค่ำ หรือ แรม ๑ ค่ำ ในเวลาเย็นจึงทำพิธีแจกข้าว
พอถึงเวลาเย็น ชาวบ้านจึงแห่หอผึ้งไปยังวัดที่กำหนด ตำบลหนึ่งมักกำหนดวัดสำคัญ ๆ เป็นที่หมาย ชาวบ้านจะสร้างตูบผาม ปะรำพิธีไว้รับขบวนแห่ ซึ่งประกอบด้วย
๑. ขบวนฆ้อง กลองนำหน้า
๒. ขบวนกองบัง (บังสุกุล) หรือขบวนอัฐิผู้ตาย
๓. ขบวนหอผึ้ง
๔. ขบวนต้นกัลปพฤกษ์
การถวายหอผึ้ง แก่ภิกษุสงฆ์ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว ว่าจะทำหอผึ้งจำนวนกี่หอ บางแห่งลูกหลานผู้ตายก็จะทำเป็นของตนเองคนละ ๑ หอ บางแห่งถือว่าจะต้องช่วยกันทำถวายพระสงฆ์ให้ครบทุกวัดที่นิมนต์มาสวดมนต์เย็น
การฉลองหอผึ้งหลังจากสวดมนต์เย็น มีเทศนาให้เกิดบุญกุศล แล้วมีการฉลองสนุกสนานรื่นเริง วันรุ่งเช้าจึงถวายอาหารพระสงฆ์ แล้วถวายหอผึ้งเป็นเสร็จพิธี
จะเห็นว่า ประเพณีแห่ต้นผึ้งดังกล่าว เป็นเรื่องราวที่มีคติความเชื่อมาจากงานบุญแจกข้าวโดยเฉพาะ แต่ต่อมาประเพณีดังกล่าวได้ถูกจัดขึ้นให้ใหญ่โต ในกลุ่มชาวเมืองสกลนครที่มีคุ้มวัดต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้ - ไกล วัดพระธาตุเชิงชุมด้วยเหตุหลายประการ เช่น
๑. พุทธศาสนิกชน เชื่อกันว่า การทำบุญในวันออกพรรษาหรือวันเทโวโรหนะ (วันพระพุทธเจ้าเปิดโลก) เป็นวันที่พระพุทธเจ้าตรัสว่าโลกทั้งสาม (มนุษย์โลก เทวโลก ยมโลก) จะมองเห็นความเป็นอยู่ซึ่งกันและกัน และโดยพุทธานุภาพแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ชาวบ้านได้เห็นหอผึ้งที่ตนทำถวาย ชาวคุ้มต่าง ๆ จึงได้พากันจัดทำมาถวายเป็นประเพณีทุกปี
๒. วัดพระธาตุเชิงชุมเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่พระพุทธเจ้ามาประชุมรอยพระพุทธบาทถึง ๔ พระองค์ การนำหอผึ้งมาถวายเป็นพุทธบูชารอยพระพุทธบาทย่อมเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง
๓. เป็นการทำบุญกุศลในช่วงเทศกาลออกพรรษา บรรดาญาติพี่น้อง ที่อยู่ห่างไกลได้มาพบกัน หลังจาก หว่านกล้า ปักดำแล้ว ยังได้จัดประเพณีแข่งเรือของคุ้มวัดต่าง ๆ ให้สนุกสนาน ชาวบ้านได้มีโอกาสทำบุญร่วมกัน
๒ ยุคปราสาทผึ้งทรงหอ
ปราสาทผึ้งทรงหอเล็ก ๆ มี ๒ รูปแบบ คือ ทรงหอมียอดประดับหลังคาและปราสาททรงสิม หรือศาลพระภูมิ ที่มีขนาดเตี้ย ป้อมกว่าชนิดแรก แต่ไม่มีหลังคาเรียงขึ้นเป็นยอดปราสาทชนิดหลังนี้พบเห็นในสกลนคร เมื่อไม่นานมานี้
๒.๑ ปราสาททรงหอ มียอดประดับหลังคาแหลมสูง
๒.๒ ปราสาทผึ้งทรงสิมหรือทรงศาลพระภูมิ
๓.ยุคปราสาทผึ้งเรือนยอด
พระมหาวารีย์ กล่าวใน "ประวัติการทำปราสาทผึ้ง" ตอนหนึ่งสรุปความว่าแต่เดิมเมื่อมีชุมชนเกิดขึ้น รอบ ๆ วัดพระธาตุเชิงชุม ประชาชนบางตำบล เช่น ตำบลงิ้วด่อน ได้รับหน้าที่เป็นผู้รักษาปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุเชิงชุม ที่เรียกว่า "ข้าพระธาตุ" ครัวเหล่านี้ไม่ต้องเสียเงินส่วนให้หลวง ต่อมาพระเถระผู้เป็นเจ้าคณะตำบลงิ้วดอนมีลูกศิษย์และประชาชนในตำบลใกล้เคียงเลื่อมใสมากขึ้น จึงได้ชักชวนเจ้าอาวาสและประชาชนที่อยู่ในตำบลใกล้เคียง คือ ตำบลดงชน ตำบลดงมะไฟ ตำบลห้วยยาง ตำบลโดนหอม ตำบลบึงทะวาย ตำบลเต่างอย เข้ามาร่วมเป็นข้าพระธาตุด้วย และแม้ว่าในเวลาต่อมาได้มีการยกเลิกหมู่บ้านข้าพระธาตุให้ทุกคนเสียภาษีแก่ท้องถิ่นแล้วก็ตาม แต่ชาวบ้านรอบนอก ๆ ก็ยังมีประเพณีทำบุญถวายพระธาตุในช่วงข้างขึ้น
เดือน ๑๑ ของทุกปี ในช่วงวันขึ้น ๑ ค่ำ ถึงวันขึ้น ๑๓ ค่ำ เป็นช่วงนำข้าวเม่าและต้นผึ้งมาถวายองค์พระธาตุเชิงชุม โดยมีความหมายถึงการขอลาองค์พระธาตุไปอยู่ในนาเก็บเกี่ยวข้าว
ลักษณะรูปทรงปราสาทเรือนยอด
รูปแบบปราสาทผึ้งที่ทำด้วยไม้ไผ่เหลาเป็นเส้น หรืออาจทำด้วยโครงไม้ระแนงมีดอกผึ้งประดับตามกาบกล้วย ซึ่งใช้ศิลปะการแทงหยวกได้เปลี่ยนไปจากเดิมในราว พ.ศ. ๒๔๙๖ โดยคณะกรรมการจัดงานประกวดปราสาทผึ้งเทศบาลสกลนคร เห็นว่าไม่สามารถพัฒนารูปแบบลวดลายองค์ประกอบให้วิจิตรพิสดารได้จึงได้เปลี่ยนเป็นการทำปราสาทผึ้งโดยทำปราสาทเป็นโครงไม้ เป็นทรงปราสาทจตุรมุขมีเรือนยอดเรียวหรือที่เรียกวา "กุฎาคาร" ตัวอาคารทั้งสี่ด้านต่อเป็นมุขยื่นออกไปมีขนาดเท่ากัน บางแห่งสร้างปราสาท ๓ หลัง ติดกัน นอกจากนี้ยังเน้นความประณีต ในการตกแต่งลวดลายการทำปราสาทผึ้งโดยทำปราสาทเป็นโครงไม้ เป็นทรงปราสาทจตุรมุขมีเรือนยอดเรียว หรือที่เรียกว่า "กุฎาคาร" ตัวอาคารทั้งสี่ด้านต่อเป็นมุขยื่นออกไปมีขนาดเท่ากัน บางแห่งสร้างปราสาท ๓ หลังติดกัน นอกจากนี้ยังเน้นความประณีต ในการตกแต่ง
ลวดลาย
การทำปราสาทผึ้งเรือนยอด
กล่าวโดยย่อขั้นตอนในปราสาทผึ้งเรือนยอด ประกอบด้วย
๑. การทำโครงไม้ โดยการเลือกรูปแบบ ออกแบบ ให้โครงไม้มีสัดส่วนสวยงามทั้งนี้โดยใช้ช่างไม้ที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ โครงไม้เหล่านี้มักใช้เพียง ๔-๕ ปีก็จะเปลี่ยนหรือขายให้ผู้อื่น
๒. การออกแบบลวดลายที่ใช้ประดับส่วนต่าง ๆ พร้อมทั้งการใช้สีซึ่งจะต้องคิดไว้อย่างพร้อมมูล
๓. การแกะลวดลาย และการพิมพ์จากดินน้ำมันหรือวัสดุทางวิทยาศาสตร์อื่น ๆ ก่อนทำแม่พิมพ์
๔. การหล่อขี้ผึ้ง - การแกะขี้ผึ้งตามแบบที่กำหนดไว้ในขั้นตอนนี้ อาจใช้ทั้งขี้ผึ้งแท้ ขี้ผึ้งผสม หรือสารวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้แล้วแต่ความชำนาญของช่างแต่ละแห่งแต่โดยทั่ว ๆ ไปมักใช้การหล่อขี้ผึ้งอ่อนลงในแม่พิมพ์แล้วลอกออก ตกแต่งให้ขี้ผึ้งมีลวดลายเด่นชัดหรือตัดส่วนที่ไม่ต้องการออก
๕. การประดับตกแต่งตามด้วยอาคารปราสาทด้วยการใช้ เข็มหมุด หรือเชื่อมให้ยึดติดกัน
ปัจจุบันการทำปราสาทผึ้ง เป็นงานใหญ่ที่มีการเตรียมการจัดไม่น้อยกว่า ๓ เดือน สำหรับคุ้มวัดที่ลงมือทำทุกขั้นตอน แต่ความสับสนวุ่นวายทางเศรษฐกิจทำให้ประกอบเอง สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาที่เปลี่ยนไปจากเดิมที่คุ้มวัดเป็นศูนย์รวมการทำปราสาทผึ้ง หรืองานบุญต่าง ๆ

พิธีกรรม

พิธีกรรมในประเพณีปราสาทผึ้งของชาวจังหวัดสกลนคร กล่าวได้ว่า ขึ้นอยู่กับ ความเชื่อของการทำปราสาทผึ้งแต่ละชนิด แต่ละยุคสมัย กล่าวคือ ในยุคที่มีการทำหอผึ้งทรงตะลุ่มด้วยโครงไม้ไผ่ กาบกล้วย ก้านกล้วยประดับดอกผึ้งนั้น เมื่อนำไปเพื่อถวายพระสงฆ์ ตลอดจนการทำปราสาทผึ้งทรงหอผี และปราสาทผึ้งทรงจตุรมุข เมื่อนำไปถวายพระสงฆ์ จะกล่าวคำถวายเป็นภาษาบาลีดังนี้
"อิมานิ มะยังภัณเต มธุบุปยะ ปะสาทัง"
หลังจากนั้นจึงทิ้งปราสาทผึ้งไว้ที่วัด ๓ วัน ๗ วัน แล้วจึงนำกลับ บางแห่งก็มอบถวายทิ้งไว้ที่วัด ในปัจจุบันเมื่อมีการทำปราสาทผึ้งจตุรมุขขนาดใหญ่ลงทุนมากเมื่อพระสงฆ์รับถวายปราสาทผึ้งแล้วจะตั้งไว้ให้ประชาชนชมระยะสั้น ๆ ๑ คืน แล้วจะนำกลับคุ้มวัดของตน
อย่างไรก็ดีในสมัยโบราณกล่าวว่า ประเพณีของชาวคุ้มวัดก่อนทำปราสาทผึ้ง ๓ วัน จะนิยมนิมนต์พระสงฆ์มาสวดชัยมงคลคาถาที่หมู่บ้านบริเวณที่จะทำปราสาทผึ้ง ๓ คืน เมื่อทำปราสาทผึ้งเสร็จก่อนนำไปถวายวัดจะฉลองคบงันอีก ๑ วัน ๑ คืน จึงนำไปถวายวัด ปัจจุบันพิธีกรรมดังกล่าวไม่เหลือปรากฏให้เห็น แต่หากเริ่มทำปราสาทผึ้งไปทีละขั้นตอนกว่าจะเสร็จใช้เวลานานนับ ๑ เดือนขึ้นไป ซึ่งต่างจากสมัยโบราณที่ชาวคุ้มช่วยกันทำภายในเวลา ๓ วัน ๗ วันก็เสร็จเรียบร้อย

สาระ

ประเพณีปราสาทผึ้ง มีเนื้อหาสาระสำคัญอยู่ที่ความรู้สึก จิตใจที่ได้ปฏิบัติงานตามจารีตประเพณีเกิดความมั่นคงทางจิตใจเป็นสำคัญ ส่วนเนื้อหาสาระในด้านต้องการให้เกิดบุญกุศล ก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกับในการทำปราสาทผึ้งถวายวัด ถือว่าได้บุญสูงสุดเพราะผึ้งเกี่ยวพันกับพระพุทธศาสนา ดังปรากฏในพุทธประวัติตอนปาลิไลยลิง นำรวงผึ้งมาถวายสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตอนเทโวโรหนะ ที่พระพุทธเจ้าแสดงปาฏิหาริยะเปิดโลกให้แลเห็นซึ่งกันและกันทั้ง ๓ โลก ทำให้มนุษย์เห็นความทุกข์สุขของเทวดามนุษย์และใต้บาดาลตลอดจนตอนอทิสทาน ซึ่งท้าวพระยาเสนาอำมาตย์ มเหสี กษัตริย์แข่งขันกันสร้างปราสาทหรือแม้แต่พระมาลัยก็กล่าวดังปราสาทในสวรรค์ชั้นฟ้า
อย่างไรก็ดีในสาระของความต้องการบุญกุศลส่วนตัวดังกล่าวมาแล้วยังมีสาระที่ต้องการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้วายชนม์ ซึ่งอาจได้มาจากคติของชาวจีนที่ทำมาหากินในสกลนคร ที่ทำการตักเป็นรูปทรงบ้านเรือนอาคารเผาอุทิศให้ผู้ตาย แต่หากดัดแปลงเป็นการสร้างอาคารเป็นทรงหอผี ประดับด้วยดอกผึ้งถวายพระสงฆ์อุทิศให้ผู้วายชนม์

มหัศจรรย์ช่องประตู สู่องค์พระปฐมเจดีย์

พระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม

เยี่ยมชมพระราชวังสนามจันทร์ สมบัติคู่เมืองนครปฐม งดงามด้วยงานสถาปัตยกรรม มหัศจรรย์มองผ่านช่องประตูสู่องค์พระปฐมเจดีย์ทรงลังกาที่ใหญ่ที่สุดในโลก

พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังสนามจันทร์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2450 เพื่อใช้เป็นที่ประทับขณะแปรพระราชฐานมาสักการะองค์พระปฐมเจดีย์ พระราชวังสนามจันทร์ประกอบด้วยพระที่นั่งและพระตำหนักหลายหลังซึ่งล้วนแล้วแต่มีความเป็นเลิศทางด้านสถาปัตยกรรมทั้งสิ้น ที่สำคัญ มีสิ่งมหัศจรรย์ที่เมื่อมองจากพระที่นั่งพิมานปฐม บริเวณห้องพระเจ้า (ห้องพระ) จะเห็นเทวาลัยคเณศวร์ และพระปฐมเจดีย์อยู่ในแนวเดียวกัน แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 3 แห่ง อยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน เพื่อสามารถทำความเคารพได้ทั้งหมดภายในครั้งเดียว

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเดินทาง :
เปิดให้เข้าชมเวลา 09.00 น. – 16.00 น. ปิดขายบัตรเวลา 15.30 น. ปิดทำการในวันหยุดนักขัตฤกษ์

การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลขจ 4 ถึง จังหวัดนครปฐม แยกขวาเข้าพระราชวัง

สอบถามข้อมูเพิ่มเติม ติดต่อ :
ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม (สมุทรสงคราม-นครปฐม) โทร. 0 3475 2847-8