วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2565

อีกมุมของ “เกาะเต่า” ที่ถูกขนานนามว่า “สวรรค์ของนักดำน้ำ”



ความอื้อฉาวของ “เกาะเต่า” ถูกกลับมาพูดถึงอีกครั้ง จากกรณีนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษซึ่งอ้างว่าถูกข่มขืนแต่เจ้าหน้าที่ไทยกลับเพิกเฉย แต่อีกด้านหนึ่ง "เกาะเต่า" ก็ยังมีมนต์เสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้เดินทางมาสัมผัส โดยเฉพาะความงดงามของโลกใต้น้ำ

“เกาะเต่า” คือหนึ่งในหมู่เกาะทะเลใต้ ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีเกาะพะงัน เกาะสมุย รวมอยู่ด้วย โดยแต่ละเกาะก็มีจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวที่แตกต่างกัน "เกาะสมุย" ซึ่งใหญ่ที่สุด จะมีศักยภาพในเชิงการท่องเที่ยว มีหาดเฉวง หาดละไม น้ำตกหินลาด "เกาะพะงัน" เทศกาล Fullmoon Party ยังเป็นที่รวมตัวของสายปาร์ตี้ แต่ถ้าพูดถึงความสวยงามของโลกใต้ท้องทะเลที่ขึ้นชื่อคงหนีไม่พ้น “เกาะเต่า” จนได้รับการขนานนามว่า “สวรรค์ของนักดำน้ำ”




อาจเป็นเพราะมีจุดดำน้ำกว่า 20 จุดรอบเกาะ ซึ่งทำให้เกิดเป็นแหล่งเรียนดำน้ำที่สามารถฝึกได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก จนเกิดโรงเรียนดำน้ำกว่า 65 แห่ง และมี 30 แห่ง ที่มีผู้ฝึกดำน้ำ หรือ Professional Association of Diving Instructors (PADI) อยู่ด้วย ซึ่งผลิตนักดำน้ำมาแล้วกว่า 500,000 คนทั่วโลก

ในปี 2558 เว็บไซต์ TripAdvisor เว็บไซต์การท่องเที่ยวชื่อดัง ได้ประกาศผลการจัดอันดับ 10 เกาะยอดนิยมจากการเลือกของนักท่องเที่ยวทั่วโลก (Travelers’ Choice Island) และ "เกาะเต่า" ได้ถูกโหวตให้อยู่ในอันดับที่ 5 ของโลก และอันดับที่ 1 ของเกาะยอดนิยมของเอเชียนอกจากนั้น ยังถูกจัดไว้เป็น 1 ใน 10 แหล่งเรียนดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก โดยเว็บไซต์ Lonely Planet อีกด้วย



"โน้ต" ช่างภาพอิสระและช่างภาพใต้น้ำ เปิดเผยกับทีมข่าวนิวมีเดีย พีพีทีวี ว่า เหตุผลที่เกาะเต่าเป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปดำน้ำมีอยู่ 2 เหตุผลหลักๆ คือ ราคาค่าเรียนดำน้ำไม่แพงและสามารถไปดำน้ำได้ตลอดทั้งปี มีจุดดำน้ำหลากหลายในแต่ละพื้นที่ รวมถึงมีสิ่งมีชีวิตใต้น้ำตั้งแต่ปลาฝูง ฉลามหูดำ ฉลามวาฬ ไปจนถึงปะการังสวยงาม

เกาะดำน้ำที่ขึ้นชื่อของเกาะเต่า เช่น กองหินชุมพร อยู่ ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะเต่านับเป็นจุดดำน้ำที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในอ่าวไทย สภาพน้ำค่อนข้างใส ความลึกสูงสุดประมาณ 30 – 40 เมตร เหมาะกับนักดำน้ำที่มีประสบการณ์ มีดอกไม้ทะเล ปะการังดำ ปลาหูช้าง ปลาสาก ปลาเก๋าดอกหมากขนาดยักษ์ และยังเป็น จุดดำน้ำดูฉลามที่ดีที่สุดเแห่งหนึ่งในอ่าวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉลามหัวบาตร

ขณะที่ อ่าวม่วง ก็เป็นแหล่งปะการังน้ำตื้น ที่คงสภาพอุดมสมบูรณ์ที่สุดของเกาะเต่า มีแนวปะการังที่ยาวมาก แนวปะการังส่วนใหญ่ของอ่าวม่วงยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ พบมากคือปะการังสมองร่องยาว ปะการังวงแหวน ปะการังเกร็ดน้ำแข็ง ปะการังดอกกะหล่ำ ปะการังเห็ด และปะการังช่องเหลี่ยม รวมทั้งฝูงปลานกแก้ว ปลาลายเสือและปลาการ์ตูนอินเดีย

และถ้าจะยกตัวอย่างอีกสักจุดจาก 20 จุดดำน้ำ ก็คือ “กองหินขาว” เป็นสวนปะการังขนาดใหญ่ตั้งอยู่ระหว่างหินแกรนิต 2 กอง มีระดับความลึก 26 เมตร และ 5 เมตร เหมาะแก่นักดำน้ำทุกระดับ โดยเฉพาะถ้าดำน้ำกลางคืนอาจได้เจอกับ ปลากระเบน ปลาปักเป้า ปลานกแก้ว รวมทั้งปลาตาโตหรือบางครั้งอาจได้เห็นเต่ากระอีกด้วย


วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2565

รู้ไว้ก็ดี 4 อย่างที่ ผู้หญิงห้ามทำ! ใน ญี่ปุ่น

   สำหรับสาวๆ ก่อนจะไปเที่ยว ญี่ปุ่น ลองอ่านกันให้ดี ว่ามีอะไรที่คุณไม่สามารถไปทำที่นั่นได้ โอเคว่าปัจจุบันนี้เรื่องความเท่าเทียมทางเพศก็มีมากขึ้นแล้ว แต่บางข้อก็เป็นกฎที่ตั้งมาแต่โบร่ำโบราณ คุณผู้หญิงก็อย่าเพิ่งน้อยใจไปล่ะ



1. ห้ามผู้หญิงขึ้นภูเขาโอมิเนะ (Mount Omine)




     เขาโอมิเนะ หรือชื่อเป็นทางการว่า เขาซันโจ (Mt. Sanjo) 1 ใน 100 ภูเขาที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น บนยอดเป็นที่ตั้งของวัดโอมิเนะซันจิ (Ominesanji Temple) และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ด้วย แต่ถ้าคุณเป็นสุภาพสตรีจะได้มีโอกาสเข้าไปรอได้แค่หน้าประตู ซึ่งมีป้ายปักชัดเจนว่า 女人結界 หรือ “ผู้หญิงห้ามผ่าน” นั่นเอง

     เหตุผลก็คือภูเขานี้ เป็น 1 ในสถานที่เดินทางมาแสวงบุญตามศาสนาชินโต และหากว่ามีผู้หญิงใช้เส้นทางนี้เดินทางสัญจรอาจทำให้ผู้แสวงบุญวอกแวก จิตไม่เป็นสมาธิเอาได้ จึงได้ตั้งกฏห้ามไว้ ปัจจุบันแม้ชาวญี่ปุ่นเองก็ค่อนข้างจะเห็นว่ากฏนี้ควรผ่อนปรนลงได้บ้างแล้ว แต่สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นก็ยังคงยึดมั่นตั้งใจไว้เช่นเดิม ดังนั้นเพื่อความสงบ สาวๆ ก็อย่าเพิ่งขึ้นไปจะดีกว่านะ

2. ห้ามเข้าร่วม, มีส่วนร่วมในพิธีกรรมซูโม่



     ข้อนี้จะคล้ายๆ ข้อ 1 เช่นกัน คือซูโม่นั้นนอกจากจะเป็นกีฬาเก่าแก่ของญี่ปุ่นแล้ว ยังมีส่วนเกี่ยวข้องไปถึงประเพณี และความเชื่อว่าผู้หญิงเป็นเพศที่ไม่บริสุทธิ์ (เช่น มีประจำเดือน เป็นต้น) อีกเช่นกัน อย่างไรก็ตามผู้หญิงยังสามารถเป็นผู้ชมได้ตามปกติ แค่ไม่สามารถขึ้นไปบนเวทีแข่งขัน ขึ้นไปเป็นกรรมการ หรือเป็นผู้มอบรางวัลให้นักซูโม่ได้ (แต่ยังแต่งงานกับนักซูโม่ได้ตามปกตินะ)
****************************************

     นั่นก็เพื่อการรักษาไว้ซึ่งรูปแบบประเพณีดั้งเดิมไว้เท่านั้นแหละ เพราะความเป็นจริงแล้ว ที่ญี่ปุ่นก็เริ่มมีการแข่งขันซูโม่หญิงกันมาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 18 แล้ว เรียกว่า อนนะซูโม่ (Onnasumo) แต่จะไม่สามารถขึ้นมาทัดเทียม แข่งเป็นระดับนักกีฬาอาชีพได้ก็เท่านั้น (ซึ่งสาวๆ ก็คงไม่อยากขุนตัวเองจนเป็นยักษ์กันอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ)


3. ห้ามเข้าพักในโรงแรมแคปซูล

     อ่านข้อนี้หลายคนถึงกับ อ้าวเฮ้ย เพราะเป็นอะไรที่เราคาดไม่ถึงจริงๆ ซึ่งก็ไม่ใช่ทุกที่หรอกที่ห้ามคุณพัก แต่ก็เป็นส่วนมากอยู่ดี ต้องเล่าไปถึงครั้งแรกที่มีการสร้างโรงแรมแคปซูลขึ้นมาก่อน ว่าเป้าหมายหลักก็เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าวัยทำงาน ที่สังสรรค์จนดึกดื่นแล้วเมาหยำเปจนกลับบ้านไม่ไหว หรือไม่ก็สนุกเพลินจนพลาดรถไฟขบวนสุดท้าย ได้ยินอย่างนี้แล้วเราพอจะเข้าใจว่า ก็เพื่อความปลอดภัยของคุณผู้หญิงนั่นแหละ

     อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้โรงแรมแคปซูลก็กลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่นักท่องเที่ยวนิยมกันอย่างมาก เพราะมีราคาถูกสุดๆ กฎข้อนี้จึงขึ้นอยู่กับโรงแรมเป็นสำคัญแล้วแหละ ว่าเขาอนุญาตไหม ก่อนเข้าพักก็เพียงลองสอบถามดูก่อนก็พอ


4. ห้ามเป็นเชฟทำซูชิ


     ข้อนี้ใครเป็นนักชิม หรือรู้จักเชฟในตำนานอย่างลุงจิโร่ล่ะก็ น่าจะพอเคยได้ยินบ้างแล้ว เกี่ยวกับความเชื่อว่า มือผู้หญิงนั้นมีอุณหภูมิสูงกว่าผู้ชาย อาจทำให้รสชาติปลาเสียได้ และในยามมีประจำเดือนประสาทการรับรสของพวกเธอจะไม่คงที่ด้วย ซึ่งทั้งสองข้อนี้ยังไม่เคยมีใครทำวิจัยกันเป็นเรื่องเป็นราวนี่แหละ เลยทำให้เราข้องใจกันจนทุกวันนี้ มองในแง่ดีอย่างน้อยๆ ผู้หญิงก็ไม่ต้องเหนื่อยทำซูชิเอง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้ชายไปก็ดีนะ

วันอังคารที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2565

“Le Palais” จักรวรรดิขแมร์เหนือเกาะพะงัน

 

เกาะพะงัน


“Le Palais” จักรวรรดิขแมร์เหนือเกาะพะงัน

CR: https://steemit.com/thai/@bbkastro/le-palais

เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว เรามีโอกาสได้มีเวลาพัก 2 วัน หลังจากต้องทำงานลากยาวมาตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ วันนั้นตรงกับวันที่ 15 มีนาคม ซึ่งเป็นวันเกิดของเพื่อนสาวชาวกรีกคนหนึ่ง เธอบอกว่าอยากให้ของขวัญกับตัวเองด้วยการไปพักที่โรงแรมใหม่แห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่แถวๆหาดริ้น ซึ่งโรงแรมนั้นมีชื่อว่า “Le Palais” เธอนัดหมายเราก่อนหน้านั้นล่วงหน้าเกือบสองอาทิตย์ เราตอบตกลงไปด้วยความตื่นเต้นและเต็มใจ ด้วยหมายหมั้นปั้นมือว่าวันหนึ่งจะต้องเข้าไปชมภายในโรงแรมนี้ให้ได้
https://www.youtube.com/watch?v=RqKr8E6d0tk
Vedio from Sphere Agency

จำได้ว่าเมื่อ 4 ปีที่แล้วตอนที่เราย้ายมาอยู่ที่เกาะพะงันใหม่ๆ ครั้งแรกที่มีโอกาสได้เห็นโรงแรมนี้จากภายนอกตอนนั่งรถผ่านไปยังหาดริ้น เรารู้สึกสะดุดตากับโรงแรมนี้มาก เพราะมันดูยิ่งใหญ่อลังการเสียจนไม่แน่ใจว่าเป็นอาคารประเภทไหนกันแน่...ระหว่างโรงแรม...โบราณสถาน...หรือพิพิธภัณฑ์

IMG_4861.JPG

ช่วงนั้นโครงการอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง แค่เห็นจากภายนอกก็พอจะจินตนาการได้แล้วว่าจะต้องใช้งบประมาณมากมายมหาศาลขนาดไหน รายละเอียดสถาปัตยกรรม ลวดลายปูนปั้น และปฎิมากรรมตกแต่ง เช่น นางอัปสร ครุฑ นาค ฯลฯ ล้วนถอดแบบมาจากสถาปัตยกรรมขอมโบราณ ตามแบบอย่างนครวัด นครธม และปราสาทบายน ยังไงอย่างงั้น เพียงแต่สเกลอาจจะเล็กกว่าของจริง

IMG_4853.JPG

IMG_4860.JPG

IMG_4862.JPG

ณ วินาทีนั้น ด้วยเลือดของนักเรียนเก่าสถาปัตย์แนวอนุรักษ์นิยมที่ยังคงเข้มข้นอยู่ ทำให้เราเกิดตั้งคำถามขึ้นมาในใจว่า “...ใครกันนะ ที่มาอุตริมาออกแบบและสร้างอาคารใหญ่โตมโหฬาลขนาดนี้ริมชายหาด?ไม่ผิดกฎหมายกันเลยหรืออย่างไร? แล้วแถมรูปแบบสถาปัตยกรรมก็อยู่ผิดที่ผิดทางอีกต่างหาก... ไม่ได้มีอะไรเชื่อมโยงกับรากเหง้าวัฒนธรรมท้องถิ่นของที่นี่เลย... ปราสาทขอมอะไรจะมาอยู่บนเกาะ? มันคนละเรื่องคนละราวกันนะเนี่ย ! “


IMG_5007.JPG

IMG_4902.JPG

IMG_4994.JPG

IMG_4906.JPG

แต่พอหลังจากที่มีโอกาสเข้าไปชมภายใน ความรู้สึกที่ว่านั้นก็ค่อยๆเปลี่ยนไป เห็นถึงความตั้งอกตั้งใจของนักออกแบบและช่างก่อสร้าง เข้าใจว่าทีมงานมีการ Research ข้อมูลมาอย่างดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว เพราะสัดส่วนสถาปัตยกรรม องค์ประกอบของลวดลายปูนปั้น และรูปแบบประติมากรรมต่างๆ ต้องถือว่าเป๊ะ คงไม่ได้นั่งเทียนเขียนแบบเอาแน่นอน !

IMG_4907.JPG

IMG_4858.JPG

ชื่อ “Le Palais” เป็นภาษาฝรั่งเศส หรือ “The Palace” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “พระราชวัง” ก็ตาม Concept เขาล่ะค่ะ เข้าไปนอนแล้วรู้สึกเหมือนนอนอยู่ในวัง...เป็นราชินีขอม... อะไรประมาณนั้นเลยล่ะค่ะ... คาดว่าเจ้าของโรงแรมน่าจะมีหุ้นส่วนเป็นชาวฝรั่งเศสด้วย... ตามข้อมูลทางประวัติศาสตร์ยุคล่าอาณานิคม... อย่างที่เรารู้กันว่าฝรั่งเศสได้เคยเข้ามามีอิทธิพลอยู่เหนือดินแดนกัมพูชาและบางส่วนของประเทศไทยด้วย ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากชาวฝรั่งเศสจะมีความผูกพันกับประวัติศาสตร์ของอาณาจักรขแมร์อยู่ไม่น้อย

IMG_4920.JPG

IMG_2903.JPG

IMG_2909.JPG

IMG_2908.JPG

แล้วอะไรเล่าที่เป็นแรงบันดาลใจให้เจ้าของโครงการหรือสถาปนิกยกเอาปราสาทขอมทั้งหลังมาไว้บนเกาะแห่งนี้ นอกเหนือไปจากเหตุผลเพื่อการดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่ง ณ จุดนี้ เราคิดว่าผู้ออกแบบน่าจะทำการศึกข้อมูลทางประวัติศาสตร์มาพอสมควร ทำให้ได้ข้อมูลที่มีน้ำหนักมากพอมาใช้สนับสนุนแนวความคิดของเขา... โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Khmerkromngo.org ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาณาจักรขอมโบราณและเราสันนิษฐานว่า ข้อมูลตรงนี้ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่เขาหยิบยกมาสนับสนุนแนวความคิดของเขา โดยข้อมูลทางประวัติศาสตร์นั้นกล่าวไว้ว่า...

KhmerEmpire.jpg

“In this map, the Khmer Empire composed of modern day Kingdom of Cambodia, most of southern Vietnam (Kampuchea Krom or Mekong Delta), Laos, and Kingdom of Thailand.

“จักรวรรดิขแมร์ ประกอบไปด้วย กัมพูชาปัจจุบัน, ภาคใต้ส่วนใหญ่ของเวียดนาม (กัมปูเจียกรอม หรือ สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง), ลาว, และไทย

The empire’s frontiers extend to the North China, to the South Malaysia, to the West Myanma (or Burma), and to the East Kingdom of Champa, South Vietnam (Kampuchea Krom or the Mekong Delta) and South China Seas.

จักรวรรดิมีพรมแดนทางทิศเหนือติดกับจีน, ทิศใต้ติดกับมาเลเซีย, ทิศตะวันตกติดกับพม่า, และทิศตะวันออกติดกับอาณาจักรจามปา, ติดกับภาคใต้ของเวียดนาม (กัมปูเจียกรอม หรือ สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง) แลทะเลจีนใต้

Vietnam was not called Vietnam. It was called Dai Viet.
Champa is a buffer between the Khmer Empire and Dai Viet
There was no Laos. There was no Thailand.
The Khmer Empire was the Greek Empire of Southeast Asia.”

เวียดนามยังไม่ได้ถูกเรียกว่าเวียดนาม แต่เรียกว่า ได่เวียด
จามปา คือ อาณาจักรกันชนระหว่างจักรวรรดิขแมร์และได่เวียด
ยังไม่มีประเทศลาว หรือประเทศไทย จักรวรรดิขแมร์ คือ จักรวรรดิกรีกแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “

IMG_4927.JPG

ตามความคิดเห็นของเราแล้ว โรงแรมนี้น่าจะเหมาะสำหรับคนที่ชอบของแปลกและชอบการถ่ายภาพ และบรรยากาศออกจะคล้ายๆกับเมืองโบราณที่สมุทรปราการหรือพัทยาเสียมากกว่าการที่จะเป็นโรงแรม แต่ก็ต้องถือว่าทั้งคนออกแบบและคนสร้างมีความประณีตและใส่ใจในรายละเอียดมากพอสมควร... หากเพื่อนๆสนใจอยากจะเข้าไปชมข้างในก็สามารถเข้าไปชมได้ค่ะ แต่จะต้องจ่ายค่าบัตรเข้าชมคนละ 200 บาท ในกรณีที่ไม่ได้เป็นแขกของโรงแรม แต่ก็ถือว่าคุ้มที่จะเสียตังค์เข้าไปชมล่ะค่ะ...

IMG_5008.JPG

“ราตรีสวัสดิ์และนอนหลับฝันดีกันทุกคนค่ะ”
“Good night and sweet dream”

ขอบคุณสำหรับทุกการติดตาม อัพโหวด และคอมเม้นต์
สิ่งเหล่านี้จะเป็นกำลังใจให้เราสามารถสร้างโพสต์ที่ดีออกมาได้อย่างต่อเนื่อง
Thankful for all followers, upvotes and comments,
you give me energy to create more good posts.
@bbkastro

วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2559

Thai tour and travel แนะนำ..10 ข้อต้องไปชม แสงสีแจ่มว้าว 'เที่ยวเมืองไทย 2559'

เริ่มแล้วจ้า... เริ่มกันแล้ว! สำหรับงานท่องเที่ยวเมืองไทย ที่รวมของดีของเด่น การละเล่น การแสดงของทั้ง 5 ภาค ทั่วประเทศไทย เอามาโชว์ให้ชมในที่เดียว ใจกลางกรุงเทพฯ ณ สวนลุมพินี งานนี้ ใครยังไม่ไป ขอบอกว่าเชยมากกก...
หลังจากได้มีโอกาสไปร่วมวันเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ ยังไงก็ไม่พลาดที่จะเก็บภาพบรรยากาศที่แสนอลังการ เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และความคึกคัก สนุกสนานในงาน มาฝากกัน ส่วนจะเป็นอย่างไร น่าสนใจแค่ไหน ตามมาชมกันเลย
1. งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2559 ปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 36 แล้ว จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-17 มกราคม 2559 ถือเป็นงานมหกรรมท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ยกเมืองไทยมาไว้ในสวนลุมฯ เพื่อส่งเสริมแนวคิดท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร อีกทั้งยังเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนอีกด้วย



คนทยอยเดินเข้างานอย่างคึกคัก

2. สำหรับพิธีเปิดงาน จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "ความเรืองรองของความสุขวิถีไทย เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร" ณ เวทีกลางของงาน ซึ่งเป็นเวทีขนาดใหญ่ที่สุดในงาน มีจอมอนิเตอร์ถึง 3 จอยักษ์ มีการถ่ายทอดสดพิธีเปิดงานผ่านช่องทีวีรายการพิเศษไปทั่วประเทศ พร้อมมีการแสดงโชว์ทางวัฒนธรรมของทั้ง 5 ภาค ทยอยมาให้ชม งานนี้แสง สี เสียง สุดอลังการงานสร้างจริงๆ



การแสดงบนเวทีกลาง เปิดงาน
พิธีเปิดงาน ยิ่งใหญ่อลังการ